คนท้องทำฟันได้หรือไม่

กำลังตั้งครรภ์ สามารถทำฟันได้หรือไม่ เป็นคำถามที่ว่าที่คุณแม่ทุกคนอยากจะทราบ แน่นอนว่า การทำฟันนั้น สามารถทำได้ในขณะตั้งครรภ์ แต่จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดก็คือ ช่วงการตั้งครรภ์ในไตมาสที่ 2 หรือช่วงอายุครรภ์ราว ๆ 14-20 สัปดาห์
ทั้งนี้ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรจะต้องทราบว่า หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับฟัน หรือในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นอาการติดเชื้อ หรือแค่อาการบวม ก็ต้องรีบปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อให้การดูแลรักษาทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจจะก่อให้เกิดผลเสีย ต่อสุขภาพโดยรวม รวมทั้งส่งผลกระบทต่อทารกในครรภ์ได้

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องหยุดการทำฟัน แต่ในทางกลับกับระหว่างการตั้งครรภ์นั้น เรานอกจากเราจะหมั่นตรวจเช็คร่างกายแล้ว เราต้องตรวจเช็คฟันด้วย เพราะการตั้งครรภ์นั้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการมีฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคในช่องปากอื่น ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีความเชื่อว่า การทำฟันในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์
เคยมีงานวิจัยจากสมาคมทันตแพทย์ออสเตเลีย ระบุว่า ผู้หญิงออสเตเลียกว่าครึ่ง คิดเป็นร้อยละ 53.7 มีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องที่ว่า เมื่อตั้งครรภ์ไม่ควรไปทำฟัน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว หากหญิงตั้งครรภ์ไม่ไปตรวจเช็ค และละเลยปัญหาที่เกิดขึ้นภายในช่องปากระหว่างการตั้งครรภ์น้้น ทำให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
โดยทั่วไปทันตแพทย์จะแนะนำให้คนไข้ มาตรวจเช็คสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง แต่ถ้าหากตั้งครรภ์ ควรจะนัดหมายให้ให้บ่อยขึ้น เพื่อตรวจเช็คและรับคำแนะนำในการดูแลฟันในระหว่างการตั้งครรภ์จากทันตแพทย์ รวมไปถึงผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ก็ควรเข้าตรวจเช็คเพื่อให้แน่ใจว่า ช่วงระยะเวลาระหว่างตั้งครรภ์นั้น จะไม่เกิดปัญหาที่ต้องทำให้ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด อย่างเช่นปัญหาฟันคุด

เมื่อบอกว่าหญิงตั้งครรภ์ สามารถทำฟันได้ หลาย ๆ คนอาจจะยังมีข้อกังวลใจถึงขอบเขตของการรักษา ว่าการรักษาแบบใดบ้างที่จัดปลอดภัย และแบบใดไม่ปลอดภัย
– เอ็กซเรย์ฟัน ปลอดภัยหรือไม่ เราได้้รับข้อมูลมาตลอดว่า รังสีจากเครื่องเอ็กซเรย์ไม่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แต่ในปัจจุบันนี้ เรื่องเอ็กซเรย์ฟันจัดว่ามีการปล่อยรังสีออกมาน้อยมาก และรังสีที่ปล่อยออกมานั้นก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์ และเมื่อมีความจำเป็นต้องเอ็กซเรย์ ทันตแพทย์ก็มีเครื่องมือป้องกันให้สวมใส่เพื่อความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรายงานว่า การเอ็กซเรย์ฟันนั้นปลอดภัยสำหรับคนท้อง แต่ทันตแพทย์ ก็มักจะแนะนำว่า ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ควรโดนรังสี หากต้องการตรวจเช็คช่องปาก ให้เช็กตามปกติ หากไม่จำเป็น ก็จะไม่ทำการเอ็กซเรย์
– สามารถใช้ยาชาได้หรือไม่ หากต้องทำการรักษาฟันในช่วงเวลาตั้งครรภ์ แน่นอนว่า สามารถใช้ยาชาได้ เพราะยาชาช่วยลดความเจ็บปวด ช่วยให้คลายเครียด แต่ทั้งนี้ คนไข้ควรจะต้องแจ้งทันตแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อให้ทันตแพทย์ เลือกใช้ยาชาในชนิด และในประมาณที่เหมาะสม เมื่อตั้งครรภ์ด้วย
– กำลังตั้งครรภ์ถอนฟันได้หรือไม่ แน่นอนว่า การถอนฟันนั้นเป็นทางเลือกสุดท้ายของการรักษาฟัน แต่ถ้าฟันมีความเสียหายมาก ไม่สามารถรักษาหรือซ่อมแซมได้ และหากเก็บไว้ก็จะเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาใหญ่อื่น ๆ ที่จะตามมา ทันตแพทย์ก็จะให้ถอน และการถอนฟันก็สามารถทำได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่ทันตแพทย์ก็จะแนะนำให้ทำในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์เช่นกัน
– สามารถรักษารากฟันในระหว่างตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ในกรณีที่เกิดฟันผุจนลึกลงไปถึงรากฟัน จนทำให้เกิดอาการปวดอย่างมาก วิธีที่จะหยุดความปวดนั้นได้ก็คือการรักษารากฟัน โดยการรักษารากฟันนั้นจะเป็นการขจัดส่วนที่มีการติดเชื้อในรากฟันนั้นออกแล้วซ่อมแซมให้ฟันกลับไปอยู่ในภาพที่ใช้งานได้เหมือเดิมด้วยการครอบฟัน ไม่ต้องถอนฟันซี่นั้นออก การรักษารากฟันนั้นสามารถทำได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ หากเกิดอาการควรรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปจนเป็นปัญหาใหญ่
– ตั้งครรภ์ฟอกสีฟันได้หรือไม่ แม้ว่าจริง ๆ แล้ว การฟอกสีฟันจะสามารถทำได้ในขณะตั้งครรภ์ แต่ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้เลื่อนออกไปทำหลังคลอด หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วย เพราะการฟอกสีฟันนั้น จัดว่าเป็นทันตกรรมเพื่อเสริมความงาม และในระหว่างทำ คนไข้ก็ต้องนอนอยู่บนเก้าอี้ทำฟันเป็นเวลานาน จึงเป็นการไม่สะดวกสบายนักโดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์มาก แต่ถ้าหากว่าเป็นการฟอกสีฟันด้วยเองด้วยอุปกรณ์สำเร็จรูปที่บ้าน ก็ควรจะต้องเช็คปริมาณความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ ไม่ให้เกินป 6 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากสารเคมีดังกล่าวมีปริมาณมากจะทำให้เกิดความเสียหายกับเนื้อเยื่อในช่องปาก
– สามารถจัดฟันระหว่างการตั้งครรภ์ได้หรือไม่ สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการจัดฟัน และเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ทันตแพทย์แนะนำว่า ไม่ต้องหยุด สามารถจัดฟันต่อไปได้เลย แต่ถ้าหากยังไม่ได้จัดฟัน แต่คิดที่จะจัดในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ทันตแพทย์อาจจะแนะนำให้รอก่อน เพราะในการจัดฟันจะต้องมีการเอ็กซเรย์ ซึ่งจะเป็นการปลอดภัยมากกว่าถ้าทำเมื่อการตั้งครรภ์ผ่านพ้นไตรมาสแรกไปแล้ว นอกจากนี้ การตั้งครรภ์มักจะทำให้คนไข้มีน้ำหนักมากขึ้น ใบหน้า ช่องปากมีการเปลี่ยนรูปทำให้ต้องมีการปรับอุปกรณ์จัดฟันทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
อย่างไรก็ตามแม้การทำฟันเพื่อแก้ไขหรือรักษาอาการผิดปกติในช่องปากส่วนมาก จะสามารถทำได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ และคนไข้ส่วนใหญ่ ก็อยากจะหลีกเลี่ยงการทำฟันในช่วงนี้ ดังนั้น จะเป็นการดีหากคนไข้ตั้งครรภ์จะดูแลช่องปากให้มากเป็นพิเศษ ด้วยการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และตรวจเช็คสุขภาพฟันอย่างต่อเนื่อง